
เมื่อพูดถึงดนตรีคลาสสิคหลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นดนตรีชั้นสูง ยากแก่การที่จะฟังให้เข้าใจ อีกทั้งกระแสนิยมในปัจจุบันที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการฟังดนตรีเพียงไม่กี่ประเภท อาทิ ป๊อบ ร็อค แร๊พ ฮิพฮอพ แจ๊ส เป็นต้น ดนตรีคลาสสิคจึงไม่เป็นที่แพร่หลายในกลุ่มคนฟังดนตรีทั่วไป และเป็นที่มาของวง "Vie Trio" (วี ทรีโอ) วงดนตรีที่ต้องการจะลดช่องว่างระหว่างดนตรีคลาสสิคและดนตรีสมัยนิยมเข้าด้วยกัน
วงดนตรีคลาสสิคร่วมสมัย "Vie Trio" หรือวงดนตรี "สามชีวิต" (Vie = ชีวิต Trio = สาม) เกิดขึ้นจากการรวมตัวของสามพี่น้องนักเรียนทุนดนตรีในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้แก่ "เป้ - ทวีเวท ศรีณรงค์" (นักดนตรีไวโอลิน), "ป่าน - อุทัยศรี ศรีณรงค์" (นักดนตรีเชลโล) และ "ปุย - พินทุสร ศรีณรงค์" (นักดนตรีไวโอลิน) ที่ต้องการจะถ่ายทอดดนตรีคลาสสิคให้กลายเป็นดนตรีที่คนไทยคุ้นหูมากยิ่งขึ้น โดยใช้ชื่อในอัลบั้มแรกนี้ว่า "Miracle" ซึ่งเป็นชื่อเพลงที่รวมอยู่ในอัลบั้มและเป็นผลงานที่ได้รับอิทธิพลมาจาก "String Quartet" ผลงานลำดับที่ 131 ของนักประพันธ์เพลงอย่าง "บีโธเฟ่น" (Beethoven) คีตกวีชื่อเสียงก้องโลกที่พวกเขาชื่นชอบอีกด้วย แต่งานนี้พวกเขาจะทำให้ดนตรีคลาสสิคติดหูคนฟังได้อย่างไรนั้น ต้องยกให้ทั้ง 3 พี่น้องนักดนตรีเป็นคนเล่า
"การที่เราทั้งสามคนเติบโตมากับสังคมดนตรีคลาสสิค พร้อมๆ กับเพลงกระแสนิยม มันทำให้เรามองเห็นช่องว่างของดนตรีดังกล่าวกับดนตรีคลาสสิค และต้องการจะลบช่องโหว่นั้นทิ้งไป ดังนั้นเมื่อเรามีโอกาสทำอัลบั้มครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะทำให้คนเปลี่ยนทัศนะคติกับดนตรีคลาสสิค โดยทำให้พวกเขามองเห็นว่า ดนตรีคลาสสิคไม่ใช่ดนตรีสำหรับสังคมชั้นสูง ที่จะต้องใส่สูทผูกไทเข้าไปนั่งฟังตัวแข็งอยู่ในโรงละคร แต่มันเป็นดนตรีสำหรับทุกๆ คน" ทั้ง 3 กล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้อยากถ่ายทอดดนตรีคลาสสิคให้เป็นที่รู้จัก
"เป้-ป่าน-ปุย" กล่าวต่อถึงแนวทางในการประยุกต์ดนตรีคลาสสิคให้เข้ากับคนฟังในปัจจุบันว่า " เราต้องการให้ดนตรีคลาสสิคกลายเป็นดนตรีที่คนไทยคุ้นเคย และรู้สึกสบายๆ กับมันมากกว่า โดยการใช้เครื่องดนตรีคลาสสิคบรรเลงให้มีความร่วมสมัยและมีลักษณะตามแนวดนตรีในประเภทที่ได้รับความนิยมมากขึ้น อย่างเช่น ป๊อบ ร็อคและแร็พ เป็นต้น ทั้งนี้เราไม่ได้เอาดนตรีคลาสสิคมาทำให้เป็นดนตรีร่วมสมัยเท่านั้น แต่เราได้นำเอาท่วงทำนองของดนตรีคลาสสิคมาเรียบเรียงในลักษณะที่นิยมในปัจจุบันด้วย ซึ่งเป็นการ educate คนฟังทางอ้อม และถือเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างดนตรีสองประเภทที่เรากล่าวถึง แต่ถึงยังไงเพลงลักษณะบรรเลงก็ยังถือเป็นเพลงแนวใหม่ของวงการเพลงกระแสหลักบ้านเรา และเพื่อให้ผู้ฟังคุ้นเคยกับมันเร็วขึ้น เราจึงอยากให้มองเพลงในอัลบั้มนี้ว่าเป็น Song Without Word ซึ่งก็คือ "เพลงร้องที่ไม่มีเนื้อ" เราอยากให้ทุกคนฟังท่วงทำนอง แล้วใช้จินตนาการ และความรู้สึก เพื่อสัมผัสกับนิยามของแต่ละเพลงซึ่งเกิดจากความรู้สึกของผู้ฟังเอง"
เล่ากันซะขนาดนี้แล้ว หากไม่พูดถึงบทเพลงในอัลบั้มด้วยก็ดูจะทำให้ขาดอรรถรสไปอย่างน่าเสียดาย อัลบั้ม "Miracle" ประกอบด้วยเพลงที่ผสมผสานดนตรีหลากแนวเข้าด้วยกัน 12 เพลง ซึ่ง 2 เพลงในจำนวนนี้ได้รับเกียรติจากนักร้องมาดร็อคอย่าง "อาร์ เดอะสตาร์" มาร่วมร้องในเพลง "Swan Lake เสียงเพลงแทนใจ" และ ได้หนุ่ม "รุจ เดอะสตาร์" มาถ่ายทอดอารมณ์เหงาในเพลง "ผู้ชายกับสายฝน"
ในส่วนของเพลง "Swan Lake เสียงเพลงแทนใจ" เพลงที่หลายคนคงคุ้นหูจากเพลงประกอบบัลเล่ต์ "Swan Lake" ของ Tchaikovsky แต่ในอัลบั้มนี้คุณจะได้ฟังสิ่งที่แปลกออกไปจากเวอร์ชั่นเดิม ซึ่งก็คือ การผสมผสานความอ่อนหวานเข้ากับความแข็งแรงของดนตรีร็อคปนแร็พนิดๆ ซึ่งฟังแล้วไม่มีขัดกันเลยแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้เกิดความน่าสนใจและสนุกสนานเพิ่มขึ้น ส่วนเพลง "ผู้ชายกับสายฝน" เป็นเพลงป๊อบฟังสบายๆ ที่มีการโชว์เทคนิคของเครื่องสายอย่างเชลโลเป็นตัวถ่ายทอดอารมณ์เหงาได้อย่างกินใจ
พูดถึงเพลงคุ้นหูแล้ว จะขาดเพลงนี้ไปไม่ได้ "Canon" เพลงคลาสสิคเพลงแรกๆ ที่ฮิตมาแล้วถึง 328 ปี ในอัลบั้มนี้ทั้ง 3 ประยุกต์ "Canon" ได้แปลกแตกต่างไปจากเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่เคยได้ยินอย่างสิ้นเชิง ด้วยการผสมรูปแบบเพลงแดนซ์ปนแร็พ เพื่อสร้างสีสันให้เพลงมีความน่าสนุกสนานมากขึ้น และสุดท้ายที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือเพลง "Miracle" ซึ่งอย่างที่กล่าวมาแล้วว่าในเพลงนี้ พวกเขาได้รับอิทธิพลโดยตรงจาก "บีโธเฟ่น" จึงทำให้ทั้ง 3 นำเอาทำนองหลักของ "String Quartet" ท่อนสุดท้ายมาผสมกับดนตรีสไตล์ป๊อบ สนุกสนาน โดยมีทำนองหลักจะเป็นเสียงของเชลโล่และมีเสียงไวโอลินมาร่วมแจมอย่างสนุกสนาน
มาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงสนใจอัลบั้มของพวกเขาขึ้นมาแล้วล่ะสิ เพราะนอกจากจะทำให้คุณนึกถึงเพลงบรรเลงคุ้นหูที่เคยฟังในอดีตแล้ว อัลบั้มนี้ยังถือเป็นสีสันใหม่ที่ชวนให้ติดตามด้วยนะ...ซึ่งอัลบั้ม "Miracle" จะมีวางจำหน่ายในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ หากคุณเป็นคนที่ค้นหาสิ่งใหม่ๆ และอยากรู้ว่าดนตรีคลาสสิคจะผสมผสานกับดนตรีป๊อบ ร็อค แร็พ หรือดนตรีแนวอื่นๆ ยังไง ก็ต้องไปหามาฟังกัน
วงดนตรีคลาสสิคร่วมสมัย "Vie Trio" หรือวงดนตรี "สามชีวิต" (Vie = ชีวิต Trio = สาม) เกิดขึ้นจากการรวมตัวของสามพี่น้องนักเรียนทุนดนตรีในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้แก่ "เป้ - ทวีเวท ศรีณรงค์" (นักดนตรีไวโอลิน), "ป่าน - อุทัยศรี ศรีณรงค์" (นักดนตรีเชลโล) และ "ปุย - พินทุสร ศรีณรงค์" (นักดนตรีไวโอลิน) ที่ต้องการจะถ่ายทอดดนตรีคลาสสิคให้กลายเป็นดนตรีที่คนไทยคุ้นหูมากยิ่งขึ้น โดยใช้ชื่อในอัลบั้มแรกนี้ว่า "Miracle" ซึ่งเป็นชื่อเพลงที่รวมอยู่ในอัลบั้มและเป็นผลงานที่ได้รับอิทธิพลมาจาก "String Quartet" ผลงานลำดับที่ 131 ของนักประพันธ์เพลงอย่าง "บีโธเฟ่น" (Beethoven) คีตกวีชื่อเสียงก้องโลกที่พวกเขาชื่นชอบอีกด้วย แต่งานนี้พวกเขาจะทำให้ดนตรีคลาสสิคติดหูคนฟังได้อย่างไรนั้น ต้องยกให้ทั้ง 3 พี่น้องนักดนตรีเป็นคนเล่า
"การที่เราทั้งสามคนเติบโตมากับสังคมดนตรีคลาสสิค พร้อมๆ กับเพลงกระแสนิยม มันทำให้เรามองเห็นช่องว่างของดนตรีดังกล่าวกับดนตรีคลาสสิค และต้องการจะลบช่องโหว่นั้นทิ้งไป ดังนั้นเมื่อเรามีโอกาสทำอัลบั้มครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะทำให้คนเปลี่ยนทัศนะคติกับดนตรีคลาสสิค โดยทำให้พวกเขามองเห็นว่า ดนตรีคลาสสิคไม่ใช่ดนตรีสำหรับสังคมชั้นสูง ที่จะต้องใส่สูทผูกไทเข้าไปนั่งฟังตัวแข็งอยู่ในโรงละคร แต่มันเป็นดนตรีสำหรับทุกๆ คน" ทั้ง 3 กล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้อยากถ่ายทอดดนตรีคลาสสิคให้เป็นที่รู้จัก
"เป้-ป่าน-ปุย" กล่าวต่อถึงแนวทางในการประยุกต์ดนตรีคลาสสิคให้เข้ากับคนฟังในปัจจุบันว่า " เราต้องการให้ดนตรีคลาสสิคกลายเป็นดนตรีที่คนไทยคุ้นเคย และรู้สึกสบายๆ กับมันมากกว่า โดยการใช้เครื่องดนตรีคลาสสิคบรรเลงให้มีความร่วมสมัยและมีลักษณะตามแนวดนตรีในประเภทที่ได้รับความนิยมมากขึ้น อย่างเช่น ป๊อบ ร็อคและแร็พ เป็นต้น ทั้งนี้เราไม่ได้เอาดนตรีคลาสสิคมาทำให้เป็นดนตรีร่วมสมัยเท่านั้น แต่เราได้นำเอาท่วงทำนองของดนตรีคลาสสิคมาเรียบเรียงในลักษณะที่นิยมในปัจจุบันด้วย ซึ่งเป็นการ educate คนฟังทางอ้อม และถือเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างดนตรีสองประเภทที่เรากล่าวถึง แต่ถึงยังไงเพลงลักษณะบรรเลงก็ยังถือเป็นเพลงแนวใหม่ของวงการเพลงกระแสหลักบ้านเรา และเพื่อให้ผู้ฟังคุ้นเคยกับมันเร็วขึ้น เราจึงอยากให้มองเพลงในอัลบั้มนี้ว่าเป็น Song Without Word ซึ่งก็คือ "เพลงร้องที่ไม่มีเนื้อ" เราอยากให้ทุกคนฟังท่วงทำนอง แล้วใช้จินตนาการ และความรู้สึก เพื่อสัมผัสกับนิยามของแต่ละเพลงซึ่งเกิดจากความรู้สึกของผู้ฟังเอง"
เล่ากันซะขนาดนี้แล้ว หากไม่พูดถึงบทเพลงในอัลบั้มด้วยก็ดูจะทำให้ขาดอรรถรสไปอย่างน่าเสียดาย อัลบั้ม "Miracle" ประกอบด้วยเพลงที่ผสมผสานดนตรีหลากแนวเข้าด้วยกัน 12 เพลง ซึ่ง 2 เพลงในจำนวนนี้ได้รับเกียรติจากนักร้องมาดร็อคอย่าง "อาร์ เดอะสตาร์" มาร่วมร้องในเพลง "Swan Lake เสียงเพลงแทนใจ" และ ได้หนุ่ม "รุจ เดอะสตาร์" มาถ่ายทอดอารมณ์เหงาในเพลง "ผู้ชายกับสายฝน"
ในส่วนของเพลง "Swan Lake เสียงเพลงแทนใจ" เพลงที่หลายคนคงคุ้นหูจากเพลงประกอบบัลเล่ต์ "Swan Lake" ของ Tchaikovsky แต่ในอัลบั้มนี้คุณจะได้ฟังสิ่งที่แปลกออกไปจากเวอร์ชั่นเดิม ซึ่งก็คือ การผสมผสานความอ่อนหวานเข้ากับความแข็งแรงของดนตรีร็อคปนแร็พนิดๆ ซึ่งฟังแล้วไม่มีขัดกันเลยแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้เกิดความน่าสนใจและสนุกสนานเพิ่มขึ้น ส่วนเพลง "ผู้ชายกับสายฝน" เป็นเพลงป๊อบฟังสบายๆ ที่มีการโชว์เทคนิคของเครื่องสายอย่างเชลโลเป็นตัวถ่ายทอดอารมณ์เหงาได้อย่างกินใจ
พูดถึงเพลงคุ้นหูแล้ว จะขาดเพลงนี้ไปไม่ได้ "Canon" เพลงคลาสสิคเพลงแรกๆ ที่ฮิตมาแล้วถึง 328 ปี ในอัลบั้มนี้ทั้ง 3 ประยุกต์ "Canon" ได้แปลกแตกต่างไปจากเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่เคยได้ยินอย่างสิ้นเชิง ด้วยการผสมรูปแบบเพลงแดนซ์ปนแร็พ เพื่อสร้างสีสันให้เพลงมีความน่าสนุกสนานมากขึ้น และสุดท้ายที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือเพลง "Miracle" ซึ่งอย่างที่กล่าวมาแล้วว่าในเพลงนี้ พวกเขาได้รับอิทธิพลโดยตรงจาก "บีโธเฟ่น" จึงทำให้ทั้ง 3 นำเอาทำนองหลักของ "String Quartet" ท่อนสุดท้ายมาผสมกับดนตรีสไตล์ป๊อบ สนุกสนาน โดยมีทำนองหลักจะเป็นเสียงของเชลโล่และมีเสียงไวโอลินมาร่วมแจมอย่างสนุกสนาน
มาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงสนใจอัลบั้มของพวกเขาขึ้นมาแล้วล่ะสิ เพราะนอกจากจะทำให้คุณนึกถึงเพลงบรรเลงคุ้นหูที่เคยฟังในอดีตแล้ว อัลบั้มนี้ยังถือเป็นสีสันใหม่ที่ชวนให้ติดตามด้วยนะ...ซึ่งอัลบั้ม "Miracle" จะมีวางจำหน่ายในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ หากคุณเป็นคนที่ค้นหาสิ่งใหม่ๆ และอยากรู้ว่าดนตรีคลาสสิคจะผสมผสานกับดนตรีป๊อบ ร็อค แร็พ หรือดนตรีแนวอื่นๆ ยังไง ก็ต้องไปหามาฟังกัน